Breaking News

นครปฐม หลวงพี่น้ำฝน ยัน ลงนะหน้าทองวัดไผ่ล้อม ปัจจัย สร้างวัด ช่วยเหลือสังคม ดังที่เห็น

ที่วัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม
พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ได้ออกมาแสดงความเห็นในเรื่องลงนะหน้าทองปิดทองเต็มหน้า สำหรับประเด็นในเรื่องนี้ที่เป็นข่าว ว่ามีการลงนะหน้าทองด้วยการนำทองคำเปลว มาปิดบริเวณทั่วใบหน้า ในส่วนตัวเองไม่เคยร่ำเรียนวิชานี้และที่วัดอาตมาไม่เคยมีการทำแบบนี้ เพราะการลงนะหน้าทองตำหรับหลวงพ่อพูลวัดไผ่ล้อมนั้น จะให้ลูกศิษย์ที่เป็นฆราวาสที่มีการครอบครูแล้วเป็นผู้ปิดทอง ที่หน้าผาก7แผ่นและมืออีกข้างละ1แผ่น รวม9แผ่น โดยอาตมาจะเป็นผู้ลงอักขระยันต์ ให้โดยไม่มีการสัมผัส หรือถูกเนื้อต้องตัวผู้ที่มาลงนะหน้าทองตามตำรับหลวงพ่อพูลเลย แต่เคยได้พบเห็นเมื่อครั้งที่ได้รับไปกิจนิมนต์ที่ต่างประเทศเช่นประเทศจีน ฮ่องกง ซึ่งก็มีคนจัดงานจะมีการนำทองมาปิดทั้งหน้ากับผู้ที่เข้าร่วมพิธี โดยเพื่อเป็นการเรียกราคาและสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจ แต่วิชาที่ได้ร่ำเรียนมาจาก หลวงพ่อพูล อดีตเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จะมีการปิดทองแค่บางส่วน คือส่วนที่เป็นหน้าผาก แก้มและที่มือ เท่านั้น แต่ช่วงโควิดจึงงดปิดแก้ม เพราะผู้ร่วมพิธีต้องปิดหน้ากากอนามัยไว้ตลอด และสิ่งที่จัดพิธีนี้เป็นวิชาที่ครูบาอาจารย์ท่านได้ให้ไว้เป็นสิ่งที่สืบทอดกันมา โดยเป้าหมายคือการให้กำลังใจในการดำเนินชีวิตของญาติโยมเท่านั้น

หลวงพี่น้ำฝน กล่าวต่อว่า ส่วนกระแสที่มีการโจมตีว่าเป็นความงมงายและเป็นแหล่งเรียกเงินทองจากญาติโยม เรื่องนี้ใครทำอะไรไว้ไม่นานผลกรรมก็จะกลับมาหาอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว ซึ่งที่วัดไผ่ล้อม อาตมาได้ใช้หลักคาถาบูชาชั้นสูง โดยเฉพาะที่หน้าผากทั้งบทสวดญเชิญพระบารมี 30 ทัศน์ และบทสวดมุงกูฏพระพุทธเจ้า นี่คือมงคลทั้งสิ้น เพราะนำเอาบทสวดที่รำลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาไว้ที่หน้าหน้าที่สูง ท่านว่าดีหรือไม่และให้ผู้เข้ารับการเจิมได้มีการตั้งจิตอธิษฐาน ให้เกิดความโชคดี อาตมามีขั้วบวก ญาติโยมที่มาร่วมพิธีมีขั้วลบ เมื่อมาประสานกันก็จะมีกพลังบางอย่าง โดยในการทำพิธีเมื่อได้รับพร ญาติโยมก็จะได้รับขวัญและกำลังใจ เราไม่มีการสวดใส่บทให้ร่ำรวยหรือเป็นทางมืดดำที่เป็นอวิชา แน่นอน

“ส่วนที่มีคนมากดดันมหาเถรสมาคม เพื่อให้พระผู้ใหญ่ออกมากำราบเรื่องนี้ สำหรับอาตมาไม่เคยให้ค่าคนๆนี้เลย เพราะถ้าเขาพบคนที่หลอกลวงทำให้ญาติโยมเสียทรัพย์เขาก็ควรจะไปจัดการได้เลย อาตมาก็เห็นว่าดี แต่ส่วนที่จะมาจับมากดดันพระที่มีการจัดทำเพื่อให้เกิดประโยชน์ในสังคมก็แล้วแต่เขาเพราะพระผู้ใหญ่ท่านทราบดีว่าใครทำประโยชน์ให้กับพระพุทธศาสนา เพราะค่าครูในการทำพิธีก็นำมาจัดสร้างพัฒนาวัด มีกองทุนสวดเผาฟรี มีการช่วยเหลือคนป่วยมาตลอด ก็เหมือนกับการทำสังฆทานเพื่อสิริมงคล การลงนะหน้าทองก็ให้ถือหลักว่าไว้ว่าให้รำลึกถึงความดีและสืบสานพระพุทธศาสนาอีกทางหนึ่ง”


และสุดท้ายเรื่องนี้ ประชาชนต้องศึกษาและใช้หลัก คิด วิเคราะห์ แยกแยะ อย่างมีเหตุผล สิ่งที่สำคัญคือการมีกำลังใจในการดำเนินชีวิต โดยครูที่สำคัญที่หลวงพ่อพูลท่านได้สืบสานคือ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ได้ให้หลักธรรมคำสั่งสอนกับเราไว้นั้นเองหลวงพี่น้ำฝนได้กล่าวไว้