อนุบาลนครปฐม ถกเดือด ตั้งแล้ว 3 ผู้อำนวยการ ยังไม่จบ ผู้ปกครองถามเดือด ถกปมขัดแย้ง ขอยุบสมาคมผู้ปกครองฯ
การแก้ไขปัญหาบริหารงานของโรงเรียนโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน หลังมีการเรียกประชุมคณะคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับประธานเครือข่ายผู้ปกครองระดับชั้น โดยในที่ประชุมมีการถกปัญหาหลายประเด็นทั้งการบริหารงานเก่าที่ไม่มีความชัดเจน
รวมถึงการแต่งตั้งผู้อำนวยการซึ่งมีการเปลี่ยน ตัว ผู้รักษาการผู้อำนวยการมาแล้วอีก 2 คน แต่การดำเนินงานก็ยังไม่เคลื่อนที่ไปได้ตามที่ผู้ปกครองพอใจ ทั้งนี้ยังมีการซักหนักในที่ประชุมว่าสมาคมผู้ปกครอง ว่ามีใครนั่งเป็นนายกและคณะกรรมการซึ่งอยากสอบถามเรื่องปมการบริหารเงินและความโปร่งใสในการจัดตั้งคณะกรรมการเนื่องจากพบว่าเคยมีสมาคมเดิมอยู่แล้วแต่เพิ่งตั้งใหม่เมื่อหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา หากไม่สามารถช่วยเหลือบริหารงานทางด้านความคล่องตัวด้านการพัฒนาก็อาจขอให้มีการยุบสมาคมออกไปด้วยวันที่ 27 กรกฎาคม 69 ผู้สื่อข่าวรายงานที่ห้องประชุมบัวชมพู โรงเรียนอนุบาลนครปฐม อ.เมือง จ.นครปฐม ได้มีการจัดประชุมผู้ปกครองโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ครั้งที่ 3/2569 โดย ดร.วิเชียร วาพัดไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 มอบหมายให้นายสุคันธชาติ ขันศรีไทย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 (ทำหน้าที่แทน) รศ.ดร.วรกาญจน์ สุขสดเขียว ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อมฯ ในฐานะคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายรัฐพล ไหลธนานนท์ รองนายกเทศมนตรีนครนครปฐม นางสาวพิมพ์พาภรณ์ สุขพ่วง รักษาการในตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนครปฐม และรองผู้อำนวยการฯ
โดยในการประชุมดังกล่าวสืบเนื่องจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 ทำการเชิญประชุมผู้ปกครองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาในการบริหารงานหลังได้มีการการโยกย้ายและแต่งตั้งผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการและรักษาการ หลังจากมีเรื่องร้องเรียนหลายเรื่องเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 69 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้ปกครองข้าร่วมประชุมกว่า 600 คน ซึ่งพบว่าการบริหารงานยังคงไม่สามารถเป็นไปอย่างราบรื่น โดยในที่ประชุมใหญ่มีข้อเรียกร้องของผู้ปกครอง 5 เรื่อง ซึ่งหลวงพี่น้ำฝน ได้ใช้งบประมาณส่วนตัวบริจาคการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้แล้ว 2 เรื่องและเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
ซึ่งในวันนี้ในที่ประชุมได้มีการเชิญประธานเครือข่ายผู้ปกครองแต่ละชั้นปีเข้าร่วมหารือ ราว 100 คนเข้าเพื่อแจ้งการดำเนินการและเสนอการแก้ไขปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขทำให้เกิดปัญหากระทบไปถึงนักเรียนและในส่วนของการบริหารงานที่เกิดความขัดแย้งภายในทำให้เกิดการแช่เย็นไม่มีใครกล้าตัดสินในในการสั่งการและลงนาม ซึ่งหลังจากมีการเปลี่ยนตัวผู้อำนวยการมาแล้วเป็นคนที่ 3 ในรอบไม่ถึง 1 ปี ซึ่งรศ.ดร.วรกาญจน์ สุขสดเขียว ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แจ้งในที่ประชุมให้ทราบว่าการประสานงานดำเนินการดังกล่าวถึงข้อกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนการบริหารงานและได้แจ้งว่าจะมีการฟ้องร้องคนที่เอาชื่อไปแอบอ้างทำให้เสื่อมเสียและเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
ในที่ประชุมได้มีผู้ปกครองสอบถามถึงการโยกย้ายผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการที่ถูกโยกย้ายไปรักษาการยังสถานศึกษาอื่นๆ ว่ามีการสอบสวนไปถึงกระบวนการขั้นใดอย่างไร เนื่องจากไม่มีผู้บริหารตัวจริงที่จะสามารถขับเคลื่อนการทำงานอย่างชัดเจนได้และยังไม่พอใจกับรักษาการผู้อำนวยการคนปัจจุบันที่เข้ามาทำหน้าที่แล้วเดือนแต่ยังไม่สามารถจัดระบบได้นายสุคันธชาติ ขันศรีไทย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครปฐม เขต 1 ได้ให้ข้อมูลว่าขณะนี้การสอบสวนยังอยู่ในกระบวนการซึ่งอาจจะใช้เวลาอีก 3 เดือนหรือเป็น 6 เดือน ขึ้นอยู่กับข้อมูลหลักฐานอื่น ซึ่งทุกคนยังไม่ได้ขาดจากตำแหน่งเดิม ซึ่งรองผู้อำนวยการทั้ง 2 คนที่เป็นคู่กรณีกันยังกลับมาได้ ทำให้ผู้ปกครองได้ยืนยันว่าทั้ง 2 คนจะไม่มีผู้ปกครองยอมรับให้กลับมาทำหน้าที่อีก โดยบอกว่าอาจจะไม่สามารถตอบคำถามได้ทั้งหมดเนื่องจากเป็นเพียงตัวแทนที่เข้ามารับทราบปัญหาเท่านั้น
ขณะที่หลวงพี่น้ำฝน กล่าวว่าตอนนี้ต้องทำงานในแนวทางของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยยึดระเบียบและกฎหมาย แต่ขอติงการทำงานของ สปพ.นครปฐมเขต 1 ว่าล่าช้าเกินไปควรจะเร่งการดำเนินการหลายเรื่องให้ชัดเจนกว่านี้ โดยยกตัวอย่างเรื่องกรณีซากรถของโรงเรียนวัดไผ่ล้อมฯ ที่ต้องนำไปคืนที่ สปพ.นครปฐม เขต 1 กระทั่งเป็นประเด็นมาเมื่อไม่กี่วัน และยังพบว่ารถยนต์หลายคันของโรงเรียนอนุบาลนครปฐม ไม่ได้รับการซ่อมและบางคันจอดอยู่ที่อู่แต่ยังไม่มีการซ่อมเนื่องจากไม่มีผู้บริหารคนไหนกล้าลงนามสั่งการซ่อมแซมเพราะเกรงจะถูกร้องเรียนซึ่งเป็นการทำให้หลายเรื่องถูกวางทิ้งไว้จนเป็นปัญหาที่ซุกอยู่ใต้พรม หรือการที่มาตรวจสอบการล้างแอร์ของห้องเรียนซึ่งราคามาตรฐานที่ในจังหวัดนครปฐม ราคา 500-800 บาท แต่ข้อมูลย้อนกลับไปเก่าๆ มีการตั้งค่าล้างแอร์ 1,500 บาท
ทั้งนี้หลวงพี่น้ำฝน ยังให้หลักธรรมกับคณะข้าราชการว่า ต้องใช้หลัก ค ว ย ห คือ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ อย่างมีเหตุผล ซึ่งที่ผ่านมาใครที่ก่อกรรมกับเด็กไว้เป็นเพราะไม่มีหลักธรรมและถูกความโลภ โกรธ หลง เข้ามาซึ่งขอให้ทำงานเพื่อเด็กนักเรียนเป็นหลักด้วย ขณะที่ในที่ประชุมได้มีการตั้งประเด็นเกี่ยวกับลิฟท์ ส่งอาหารที่สูง 5 ชั้นว่าตอนนี้ได้มีการปิดไม่ให้มีการใช้งานเพราะเคยตกหล่นลงมาถึง 5 ครั้งเคยมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ขาหักโชคดีที่ไม่โดนนักเรียนมาแล้ว ซึ่งการก่อสร้างก็ไม่ได้เห็นแบบหรือมีเอกสารรับรองความปลอดภัยจากวิศวะกร ซึ่งครูที่ได้รับหน้าที่ในการเซ็นต์ตรวจรับบอกว่าไม่ได้มีการลงนามรับไว้แต่มีการเปิดใช้ ซึ่งไม่ทราบว่าผู้บริหารท่านหนึ่งใช้งบประมาณจากที่ไหนมาจัดสร้างโดยมีแบบที่ไม่ถูกต้องเป็นอันตราย กระทั่ง ดร.วชิรวิทย์ นิติพันธ์ ผู้อำนวยการฯที่ถูกโยกย้ายได้สั่งการให้ยุติการใช้งานและทำแนวกั้นพื้นที่ไม่ให้เด็กเข้าไปในจุดอันตรายดังกล่าว
ขณะที่ มีผู้ปกครองยกมือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสมาคมครูปกครอง ศิษย์เก่าฯ ว่าปัจจุบันนี้ได้มีการดำเนินการโดยใครเป็น นายกสมาคมรองนายกและคณะกรรมการบ้าง เนื่องจากได้มีการเชิญประชุมไปแล้วสี่ครั้ง แต่ก็ยังได้มีการเข้ามาร่วมประชุมหรือส่งตัวแทนเข้ามาร่วมด้วยแต่อย่างใด และเนื่องจากทราบว่ายังมีเงินคงคลังคงเหลืออยู่ในสมาคมนับล้านบาทจึงอยากจะให้ออกมาแจงรายรับรายจ่ายอย่างถูกต้อง เนื่องจากในช่วงที่โรงเรียนอนุบาลนครปฐมมีการร้องเรียนและมีการโยกย้ายผู้บริหาร มีประเด็นในเรื่องของปัญหาเด็กนักเรียนที่ไม่ได้รับอุปกรณ์การเรียนและไม่ได้รับการพัฒนาสถานที่ซึ่งทราบว่า สมาคมมีเงินแต่ยังไม่ได้มีการแสดงตัวออกมาแก้ปัญหาในกรณีเร่งด่วนแต่อย่างใด ทั้งนี้ยังได้มีการเสนอให้ยุบสมาคมผู้ปกครองและศิษย์เก่าที่ตั้งเมื่อหนึ่งปีพิเศษที่ผ่านมาเนื่องจากอาจจะทับซ้อนกับสมาคมเก่าที่มีแล้วทำให้มีการทำงานซ้ำซ้อนและไม่ทราบเหตุผลว่าเหตุใดจึงต้องมีการตั้งทั้งสองสมาคมขึ้นมาอยู่ในโรงเรียนระดับประถมศึกษาในตัวเมืองนครปฐม
ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการแจ้งให้เชิญประชุมสมัยวิสามัญเพื่อสอบถามในแนวทางดังกล่าว ให้ทางสมาคมและคณะกรรมการทั้งหมดได้มีการชี้แจงเนื่องจากตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาโรงเรียนอนุบาลนครปฐมได้มีการเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกสมาคมจากผู้ปกครองทุกคน แต่มีในปีก่อน ที่ดร.วชิรวิทย์ นิติพันธ์ ได้มีการสั่งให้มีการยุติการเก็บเงินจากสมาคมฯ เนื่องจากมีปัญหาร้องเรียนเข้ามาและต้องการให้มีการตรวจสอบความโปร่งใส ซึ่งจนกระทั่งปัจจุบันนี้ผู้ปกครองยังไม่ทราบว่าสมาคมนี้ถูกก่อตั้งโดยใครมีสมาชิกเท่าไหร่จึงอยากให้มีการออกมาแสดงตัวรายงานผลการทำงานหรือหากไม่ชัดเจนในการทำงานก็ขอให้มีการยุบออกไปให้จบ เพื่อจะได้มีการทำงานที่คล่องตัวขึ้นอีกด้วย
สำหรับการประชุมในวันดังกล่าวก็ยังไม่สามารถกำหนดท่าทีที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต้องได้อาทิเช่น กรณีของดร.วชิรวิทย์ นิติพันธ์ ที่ได้มีการถูกร้องเรียนเรื่องเกี่ยวกับโครงการ Student Care ซึ่งมีการใช้กล้องจับใบหน้าของนักเรียนเข้าออกเพื่อความปลอดภัย ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดชี้แจงว่าสอบสวนไปถึงที่ไหนหรือมีความผิดหรือไม่ ซึ่งในวันนี้ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีการชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการทดลองและยังไม่ได้มีมีการจัดซื้อจัดจ้างเข้ามาแต่อย่างใด ทำให้ปัญหาดังกล่าวยังเป็นคำถามเกิดขึ้นว่าใครเป็นผู้ร้องเรียนและมีจุดประสงค์โปร่งใสในการร้องเรียนหรือไม่ และในส่วนของการสอบสวนของ สปพ.นครปฐม เขต 1 มีผลออกมาอย่างไร รวมถึงกรณีที่มีผู้ร้องเรียน 2 รองผู้อำนวยการ ต่อศูนย์ดำรงธรรมซึ่งในเบื้องต้นได้เคยแจ้งว่าจะทราบผลภายในเจ็ดวันจนกระทั่งบัดนี้เวลาล่วงเลยมานับเดือนแต่ก็ยังไม่มีคำตอบใดออกมาอย่างชัดเจน ซึ่งกล่าวทำให้การบริหารงานของโรงเรียนอนุบาลนครปฐมอยู่ในสภาพคลุมเครือไม่ชัดเจน แต่ในระบบการเรียนการสอนครูผู้สอนทั้งในระบบปกติและในระบบ EP ยังคงทำหน้าที่ในการสอนหนังสือให้กับนักเรียนอย่างเต็มที่โดยไม่มีปัญหาจะมีเพียงกระบวนการการบริหารงานของผู้บริหารที่ผลกระทบมาถึงห้องเรียนเท่านั้น ซึ่งหลายฝ่ายอยากให้มีการยุติปัญหาดังกล่าวโดยเร็วเพื่อคืนความสงบให้กับโรงเรียนเร็วที่สุด
