Breaking News

นครปฐม สำนักงานจัดหางานจังหวัด ติวเข้มกฎหมายแรงงานต่างด้าว

สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม เปิดโครงการติวเข้มกฎหมายแรงงานต่างด้าว ปี 69 มุ่งยกระดับสู่ระบบดิจิทัล e-WorkPermit และสร้างพื้นที่ปลอดแรงงานผิดกฎหมายวันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมปิ่นเกลียว มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม นายยงยุทธ สวนทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการให้ความรู้ด้านกฎหมายและการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวให้แก่นายจ้าง สถานประกอบการ และองค์กรภาคีเครือข่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”

โดยมี ผู้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายประกอบด้วย นายจ้าง, ผู้แทนสถานประกอบการ, บริษัทนำคนต่างด้าวมาทำงาน, ปลัดอำเภอ และอาสาสมัครแรงงานในพื้นที่ รวมกว่า 640 คน ร่วมโครงการครั้งนี้

นางเจนจิรา เดชะรัฐ จัดหางานจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า ปัจจุบันกรมการจัดหางานได้ร่วมมือกับภาคเอกชน (Outsourcing Service) พัฒนาและเปิดใช้งานระบบ e-WorkPermit เพื่อยกระดับการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวในรูปแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ทั้งในด้านการผลิตใบอนุญาตทำงาน การรับคำขอ และการแจ้งการทำงาน เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความรวดเร็วให้แก่ผู้ประกอบการ โดยจังหวัดนครปฐมได้เปิดศูนย์บริการ ณ โลตัส สาขานครปฐม (ชั้น 2) รองรับความต้องการของสถานประกอบการในพื้นที่

สำหรับข้อมูลสถิติแรงงานต่างด้าวในจังหวัดนครปฐม (ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569) พบว่า มีนายจ้างและสถานประกอบการที่จ้างคนต่างด้าวจำนวน 19,140 ราย และมีแรงงานต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานรวมทั้งสิ้น 135,856 คน ส่วนใหญ่เป็นแรงงาน 4 สัญชาติ (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม)
การจัดโครงการในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างการรับรู้แนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง และขับเคลื่อนนโยบาย “เขตปลอดการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย” โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจาก 4 หน่วยงานหลัก มาร่วมบรรยายในหัวข้อที่สำคัญ ได้แก่:

1. การยกระดับฐานข้อมูลเป็นดิจิทัล (e-WorkPermit) โดย สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน
2. การป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและการควบคุมการทำงาน ตาม พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวฯ โดย กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน
3. การตรวจลงตรา Visa และการอนุญาตให้อยู่ต่อ โดย สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครปฐม
4. สิทธิประโยชน์และข้อควรรู้เกี่ยวกับกฎหมายประกันสังคมและเงินสมทบ โดย สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐม

ซึ่งคาดหวังว่าการบูรณาการความรู้ในครั้งนี้ จะช่วยให้นายจ้างและภาคีเครือข่ายสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดและของประเทศอย่างเป็นระบบและยั่งยืนต่อไป