Breaking News

ธรรมะดีๆหลวงพี่น้ำฝน ทำเพื่อตัวเองก็อยู่ได้แค่สิ้นลม แต่ทำเพื่อสังคมแม้สิ้นลมก็ยังอยู่: พระ หมอ ร่วมใจ ให้ญาติโยม

ทำเพื่อตัวเองก็อยู่ได้แค่สิ้นลม แต่ทำเพื่อสังคมแม้สิ้นลมก็ยังอยู่: พระ หมอ ร่วมใจ ให้ญาติโยม

​เจริญพรญาติโยมผู้อ่านทุกท่าน วันนี้อาตมาจะขอเล่าเรื่องหนึ่งให้ได้อ่านกันก่อน อาตมาเชื่อว่าญาติโยมหลาย ๆ คนน่าจะรู้จักกับท่านชีวกโกมารภัจจ์ แพทย์ประจำพระองค์ของพระพุทธเจ้า ก่อนที่ท่านจะมาเป็นแพทย์ประจำพระองค์พระพุทธเจ้า ท่านเป็นหมอหลวงประจำพระองค์พระเจ้าพิมพิสารแห่งราชคฤห์มาก่อน และท่านก็ได้รับสวนมะม่วงพระราชทาน อยู่กลางกรุงราชคฤห์ทีเดียว

​เมื่อหมอชีวกมีความศรัทธาในพระพุทธองค์ ก็ได้อุทิศสวนมะม่วงของตนให้เป็นพระอาราม ชื่อ ชีวกัมพวัน ทุกวันนี้ก็ยังมีซากรากฐานของพระอารามให้ได้เห็นอยู่ ชีวกัมพวันนี้นอกจากเป็นพระอารามแล้วก็ยังเป็นสถานพยาบาล รักษาพระภิกษุสงฆ์และประชาชนในเมือง เป็นเหตุให้ชีวกโกมารภัจจ์เป็นที่เคารพนับถือของผู้คนมาถึงปัจจุบัน

​ถ้าใครเคยไปทางภาคอีสาน อาจจะมีโอกาสได้ไปตามกู่ต่าง ๆ ปราสาทต่าง ๆ ที่เป็นของพวกขอม ส่วนหนึ่งของปราสาทของเก่า ๆ พวกนี้ เมื่อเกือบหนึ่งพันปีที่แล้ว เคยเป็นสถานพยาบาลที่เขาเรียกว่าอโรคยศาลา มีอยู่หลายแห่งด้วยกัน บางที่มีจารึกด้วย บอกว่าเป็นทั้งวัดในพุทธศาสนา และเป็นสถานพยาบาล มีรายชื่อสมุนไพรไว้รักษาโรค มีหมอ และเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ นี่ก็ทำให้เห็นว่า คนแต่โบราณใช้วัดเป็นสถานพยาบาลด้วย วัดเป็นที่รักษาโรคทั้งทางกาย และโรคทางใจ มาถึงสมัยต่อมา วัดก็ยังคงเป็นสถานพยาบาล ใครเจ็บป่วยก็มาให้หลวงพ่อต้มยา เป่าหัว เหยียบหลัง รักษาโรคภัย บางวัดก็มีแช่ว่าน แช่ยาสมุนไพร ถึงจะเหมือนเป็นเรื่องพุทธาคม แต่ในพุทธาคมก็คือเรื่องสุขภาพ มันเป็นวิธีทำให้สุขภาพดี ร่างกายแข็งแรง จิตใจแข็งแรง ถ้ากายและใจแข็งแรง ก็ถือว่าหนังเหนียวอยู่ยงคงกระพันแล้วขั้นหนึ่ง

​มาถึงสมัยนี้ มีการแพทย์แผนปัจจุบัน การรักษาโรคภัยไข้เจ็บก็เป็นเรื่องของคุณหมอที่ร่ำเรียนวิชาการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นหลัก เพราะเทคโนโลยีการแพทย์สมัยนี้พัฒนาไปมาก รักษาหายได้มากกว่าเดิม สมัยก่อนปวดอะไรก็กินยาหม้อ นวดไป สมัยนี้มีผ่าตัด ฉายแสงอะไร หายทันใจกว่าเดิม แต่การแพทย์แผนโบราณก็เป็นตัวเสริม เพราะการแพทย์แผนโบราณนั้นก็เป็นภูมิปัญญาที่ทำกันมานาน และบางอย่างก็มีประโยชน์มาก อะไรก็แทนได้ยาก เช่น การนวดแผนโบราณ นวดไปร้องไป แต่หายปวดเมื่อย เลือดลมเดินดี

​งานเรื่องการแพทย์จึงเป็นงานที่สำคัญมาก เพราะมนุษย์ต้องต่อสู้กับโรคภัยมาตั้งแต่โบราณ แต่ก่อนมีโรคระบาดทีก็ตายเป็นเบือ อย่างที่เรียกว่าห่าลง เพราะเทคโนโลยี ความรู้ ยังไปไม่ถึง พอความรู้ไปถึงก็ป่วยตายกันลดลง อย่างโควิดที่ผ่านมานี้ ก็เรียกได้ว่า วัคซีนมาเร็ว ก็ช่วยให้ลดการตายลงไปได้มาก ทำให้ไม่เจ็บหนักหรือล้มตายมากเหมือนในอดีต เพราะที่ผ่านมาเวลามีโรคแบบนี้ ตามสถิติแล้วต้องเรียกว่าเป็นเบือ ที่ไม่เป็นเบือได้ก็ด้วยการแพทย์ เราต้องยกย่องคนเหล่านี้ คือ แพทย์ พยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ทั้งหลาย ไม่ใช่แค่เรื่องโควิดที่ผ่านมา แต่รวมถึงตลอดเวลาที่ผ่านมาด้วย ที่เป็นส่วนช่วยบำบัดความทุกข์ของผู้คน

​อาตมาเองก็มีดำริคิดอยากจะแบ่งเบาภาระของบุคลากรทางการแพทย์ นอกจากการบริจาคเตียง เครื่องช่วยหายใจ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ ที่ได้ทำมาตลอด อาตมาก็เห็นว่าเนื่องจากวัดไผ่ล้อมนั้นอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลนครปฐม โรงพยาบาลนครปฐมนั้นเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด เป็นโรงพยาบาลศูนย์ ระดับตติยภูมิ คือเป็นสถานพยาบาลระดับสูง รักษาโรคร้ายแรง โรคเฉพาะทางได้ทำให้จำนวนผู้ป่วย ผู้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครปฐมมีอยู่เป็นจำนวนมาก ต้องมารอกันแต่เช้ามืด แน่นขนัดไปหมด แต่พื้นที่ก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก ขนาดว่ามีตึกหลายตึกอยู่ในนั้นก็ยังดูน้อยไปเลยอาตมาก็รับว่า จะอุทิศพื้นที่วัดไผ่ล้อมเป็นพื้นที่ให้บริการส่วนหน้า อย่างการเจาะเลือด วัดความดัน ใครจะมาตรวจโรคก็ให้มาที่วัดไผ่ล้อมก่อนเพื่อมาเจาะเลือด มาวัดความดัน กรอกข้อมูลเบื้องต้น แล้วค่อยไปที่โรงพยาบาล การจัดระเบียบดูแลความเรียบร้อยก็ให้พระในวัดไผ่ล้อมเป็นผู้ดูแล ทำกันเอง อาตมาทำมาแล้วระยะใหญ่ ก็ได้ผลดี คือที่โรงพยาบาลนครปฐมก็ไม่แออัดจนเกินไป

​ตอนนี้อาตมาก็มีความคิดจะยกระดับวัดไผ่ล้อมให้เป็นสถานที่รักษาโรคประเภทโรคเรื้อรังต่าง ๆ อย่างเบาหวาน ความดัน หัวใจ หรือโรคตา นอกเหนือไปจากงานขั้นต้นที่ได้ทำไปแล้ว ต่อไปก็จะมีหมอมารักษาถึงที่วัดด้วย เป็นการแบ่งเบาภาระ แบ่งเบาผู้คนจากโรงพยาบาล โดยที่พระในวัดไผ่ล้อมก็จะเข้าช่วยเป็นบุคลากรช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ เช่น การลงทะเบียน เข็นรถ ถือว่าเป็นการทำวัดให้เป็นที่พึ่งของสังคม วัดไม่ใช่แค่พึ่งคน แต่คนก็ต้องพึ่งวัดได้ พระในวัดมีสำนึกร่วมกันว่า เราทำเพื่อตนเองก็อยู่ได้แค่สิ้นลม แต่ทำเพื่อสังคมแม้สิ้นลมก็ยังอยู่ แม้ไม่ได้เป็นเรื่องชื่อเสียงอะไรก็ถือเป็นบุญที่จะนำติดตัวไปในทุกภพทุกชาติ

​โรคภัยคือความทุกข์ของผู้คน การช่วยแบ่งเบาให้เขาคลายทุกข์นั้นเป็นบุญอย่างยิ่ง เพราะเมื่อทุกข์กายแล้ว เขาจะมีความสุขใจได้อย่างไร อย่างน้อยที่สุด ถ้าเขาทุกข์กายจากโรคแล้ว ก็อย่าให้ทุกข์กายเพิ่มขึ้นไปอีก อย่าทุกข์ใจเพิ่มขึ้นไปอีก อาตมาและพระวัดไผ่ล้อมก็จะช่วยเหลือตรงนี้ ขอเจริญพร